วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

VANQUISH (45C RF) สลายไขมันผ่านคลื่นวิทยุ


VANQUISH (45C RF) สลายไขมันผ่านคลื่นวิทยุ


              การใช้พลังงานความร้อนกำจัดไขมันในอดีตทำให้เกิดปัญหามากมาย เช่น ทำลายเซลล์เนื้อเยื่ออื่นๆ ทำให้เกิดการไหม้ในผิวชั้นบน หรือเจ็บปวดในระหว่างการรักษา หรือเครื่องมือไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะกำจัดไขมันได้ จึงต้องทำหลายๆ จุดซ้ำๆ ทำให้ใช้เวลามากในการกำจัดไขมันให้ได้พื้นที่กว้าง ดังนั้นจึงมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนวิธีการเก่าๆ 
        Vanquish (45c RF) เป็นนวัตกรรมใหม่ในการกำจัดไขมันแบบถาวร โดยจะส่งพลังงานคลื่นวิทยุแบบ Selective RF เป็นบริเวณกว้างไปยังชั้นไขมันเท่านั้น และทำให้เกิดความร้อนที่ระดับ 45 องศาเซลเซียส โดยเซลล์ไขมันจะค่อยๆ ทำลายตัวเอง และถูกขับออกจากร่างกายผ่านระบบดูดซึมธรรมชาติ ชั้นไขมันจะหดเล็กลง ไม่มีอันตรายต่อเซลล์เนื้อเยื่อ เซลล์ผิวหนัง และเซลล์ข้างเคียงอื่นๆ ซึ่งทำให้ไม่เกิดแผลไหม้ เจ็บปวดระหว่างการรักษา สำหรับตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการกำจัดไขมันด้วยวิธีนี้คือ  หน้าท้องหรือข้างเอวซึ่งเป็นบริเวณที่กว้าง 



         ผู้เข้ารับการรักษาเพียงแต่นอนสบายๆ เครื่องจะส่งพลังงานเข้าสู่ชั้นไขมันโดยไม่ต้องสัมผัสผิว ผู้รับการรักษาจะรู้สึกเพียงอุ่นๆ ในบริเวณที่ส่งพลังงานลงไป ใช้เวลาในการรักษาครั้งละ 30 – 45 นาที สัปดาห์ละครั้ง เป็นเวลา 4 -6 สัปดาห์ ชั้นไขมันจะหดเล็กลง และสามารถเห็นผลลัพธ์ของสัดส่วนที่ลดลงอย่างชัดเจนหลังการรักษา 6 สัปดาห์

ข้อดี
1.ประหยัดเวลา ใช้ระยะเวลาในการสลายไขมันน้อย 
2.ปลอดภัย ไม่ทำให้เจ็บปวดหรือต้องพักฟื้น
3.ไม่ทำร้ายผิวหนังให้แสบมีรอยไหม้


ข้อเสีย
1. เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพง






เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่อย่างถาวรควรมีการออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก อย่างสม่ำเสมอ


เอกสารอ้างอิง 


VANQUISH (45C RF) เทคโนโลยีล่าสุดในการกำจัดไขมันแบบถาวร. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน, 2559, จาก http://www.apexprofoundbeauty.com/treatment/vanquish/

พีรดนย์ ศิวัตม์ณัฐชยา. นวัตกรรมใหม่ล่าสุดกำจัดไขมันแบบถาวรไม่เจ็บ ไม่มีแผลเปิด ไม่ต้องพักฟื้น. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน, 2559, จาก http://www.dreamcosmetique.com/?cid=1968046&a_action=article_view&groupArticleId=1590&articleTopicId=4666

เอเพ็กซ์ แนะนำนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญในการกำจัดไขมันแบบถาวร 45C RF ไม่เจ็บ ไม่มีแผลเปิด ไม่ต้องพักฟื้น. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน, 2559, จาก http://www.newswit.com/food/2015-01-12/13c00a91097d483e1b5626209489f522/





จัดทำโดย
นาย กฤติพงศ์ ก้อนคำ  5701210347 SEC A

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

หูฟังออกกำลังกาย

หูฟังออกกำลังกาย
(LG Heart Rate monitor earphones)


   การออกกำลังกาย มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีสุขภาพดีและเผาผลาญแคลลอรี่ที่ได้รับมาในแต่ละวัน  ซึ่งปกติการออกกำลังกายมักจะไม่ทราบปริมาณแคลลอรี่ที่เสียไปขณะออกกำลังกายอย่างแน่ชัด แต่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงที่ต้องการออกกำลังกายมักมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะออกกำลังกาย ดังนั้นหากมีเครื่องช่วยวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ จากการออกกำลังกายได้ และโดยทั่วไปคนที่ชอบในการออกกำลังกายมักจะใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงให้ผ่อนคลาย หรือเป็นตัวกำหนดเวลาในการออกกำลังกาย ดังนั้นทางบริษัท LG Electronics จึงได้คิดค้น "หูฟังออกกำลังกาย" ขึ้นมา 



      หูฟังนี้สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั้นในโทรศัพท์ทั้ง ios และ android ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ มีบลูทูธในการเชื่อมต่อข้อมูล สามารถบอกปริมาณแคลลอรี่ที่เสียไปจากการออกกำลังกาย อัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย และสามารถฟังเพลงไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย นอกจากนี้หูฟังยังสามารถเชื่อมต่อกับกำไลข้อมือที่มีโปรแกรมเป็นศูนย์กลางในการประมวลและเก็บข้อมูล และจะส่งข้อมูลผ่านบลูทูธไปยังแอพพลิเคชั่นเพื่อติดตามผล 

หูฟังออกกำลังกายสามารถใช้ได้กับ ios6, ios7 สำหรับ iphone และ ipod touch และ android 4.3 ,4.4 

       หูฟังนี้แตกต่างจากหูฟังโดยทั่วไปคือ สามารถฟังได้ทั้งเพลงและบอกสัญญาณชีพขณะออกกำลังกายได้ เพื่อบ่งบอกถึงสภาวะของร่างกายเพื่อให้มีความปลอดภัยขณะออกกำลังกาย

หลักการทำงานของหูฟังออกกำลังกาย

      ขณะที่ออกกำลังกายและใส่หูฟัง หูฟังซึ่งมีระบบบลูทูธเชื่อมต่อกับกำไลข้อมือและแอพพลิเคชั่นจะส่งผลของอัตราการเต้นของหัวใจไปที่กำไลข้อมือและแอพพลิเคชั่น โดยแสดงปริมาณแคลลอรี่ที่เสียไปขณะออกกำลังกาย และอัตราการเต้นของหัวใจเป็นตัวเลขแสงสีบนกำไลข้อมือ และที่แอพพลิเคชั่นจะมีทั้งตารางและกราฟแสดงอัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณแคลลอรี่ที่เสียไป ระยะทางที่วิ่งออกกำลังกาย เวลาที่ออกกำลังกายและมีตารางแสดงถึงภาวะที่อาจเกิดอันตรายได้ขณะออกกำลังกาย 

ลักษณะเด่นเพิ่มเติม
-     เสียงมีคุณภาพ
-     มีปุ่มควบคุมการฟังเพลง
-     บอกระยะเวลา ปริมาณแคลลอรี่ที่เสียไป ความเร็ว อัตราการเดิน อัตราการเต้นของหัวใจ
-      มีเสียงบอกเวลาขณะเริ่มออกกำลังกาย เวลาออกกำลังกายเสร็จ เวลาที่ใช้ในการออกกำลังกาย 


ประโยชน์
-      ทำให้สามารถป้องกันภาวะเสี่ยงของอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายได้ เช่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
-       สามารถฟังเพลงและวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายไปพร้อมกันได้ซึ่งในหูฟังธรรมดาไม่สามารถทำได้
-       สามารถคำนวณแคลลอรี่ที่เสียไปจากการออกกำลังกายในแต่ละวัน/ครั้ง

ข้อดี
-         สามารถฟังเพลงและวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายได้
-         สามารถคำนวณแคลลอรี่ที่เสียไปขณะออกกำลังกายได้
-         สามารถบอกถึงภาวะเสี่ยงของอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายได้

ข้อเสีย
-         มีราคาแพง







อ้างอิง

ANDREW MARTONIK. (2014). Two more accessories to keep track of your own health. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 59 จาก http://www.androidcentral.com/lg-s-fitness-wearables-lifeband-touch-and-heart-rate-earphones
Jon Phillips. (2014). LG Heart Rate Earphones review: a fitness wearable with good sound and accurate data. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 59 จาก http://www.techhive.com/article/2357520/lg-heart-rate-earphones-review-a-fitness-wearable-with-good-sound-and-accurate-data.html
Mat Smith. (2014). LG Heart Rate Monitor Earphone review: good fitness gadget, poor earphones. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 59 จาก http://www.engadget.com/2014/07/29/lg-heart-rate-monitor-earphone-review/
Teerasern. (2016). Gadgets Review : LG Heart rate earphones นิยามใหม่ของหูฟังอัจฉริยะที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้แบบ Real time. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 59 จาก http://pdamobiz.com/show_news.asp?NewsID=913740&PN=1
(2014). LG Heart Rate Monitor Earphones. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 59 จาก http://www.bhphotovideo.com/c/product/1057121-REG/lg_fr74_heart_rate_monitor_earphones.html



นางสาว ทิศากร  กันยวง 
5701210538

รักษามะเร็งตับอ่อน ด้วยนวัตกรรมการฝังแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี125


 รักษามะเร็งตับอ่อน
ด้วยนวัตกรรมการฝังแร่กัมมันตรังสีไอโอดีน125
                                                                            

โรคมะเร็งตับอ่อน มักเกิดในคนสูงอายุระหว่าง 60 ถึง 80 ปี แต่อาจจะพบในคนอายุ 40 ปีได้บ้าง (ประมาณ 2%) พบในชายมากกว่าหญิง ซึ่งถือเป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพ การรักษามะเร็งตับอ่อนในสมัยก่อนนั้นรักษาค่อนข้างยากเนื่องจากไม่สามารถผ่าตัดได้ เพราะตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อยู่ใกล้ชิดกับเนื้อเยื่อสำคัญและมีเลือดค่อนข้างสมบูรณ์ ทำให้การรักษาด้วยวิธีรังสีบำบัดให้ผลการรักษาที่ไม่ดี อีกทั้งกระบวนการรักษาเคมีบำบัดร่วมกับรังสีรักษาจะนำไปสู่อาการที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นผลการรักษาที่ได้รับจึงรักษาให้หายน้อย เป็นเหตุผลที่นำไปสู่นำการเสียชีวิต ล่าสุดได้มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนได้เป็นผลสำเร็จคือ “วิธีการรักษาด้วยการฝังแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี 125” โดยโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว (Modern Cancer hospital Guangzhou) ได้มีการพัฒนารูปแบบการรักษา คือ การรักษาด้วยการฝังแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี125 โดยการผ่าตัดด้วยมีดฝังแร่ไอโอดีน เป็นเทคโนโลยีการรักษาที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่โดยผสมผสานเทคนิคการฉายรังสีกับเทคโนโลยีแบบบาดแผลเล็ก รักษาเนื้องอกเฉพาะส่วนได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ







 โครงสร้างของแร่กัมมันตรังสีไอโอดีน125 



แร่กัมมันตรังสีไอโอดีน-125 (I-125) มีลักษณะเป็นเม็ดแคปซูลขนาดเล็กที่เปลือกนอกเป็นโลหะไทเทเนียม (Titanium) ความยาว 4.5 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8 มิลลิเมตรความหนาเปลือกนอก 0.05 มิลลิเมตร มีแร่รังสี(radionuclide) ไอโอดีน-125 อยู่ภายในไส้ของแกนแท่งเงินภายในแคปซูลค่ากัมมันตภาพของวัตถุกัมมันตรังสีทุกเม็ดอยู่ที่ 0.7 mCi มีค่าครึ่งชีวิต 60 วัน แร่กัมมันตรังสีไอโอดีน-125 จะปล่อยรังสีแกมมาออกมาซึ่งมีค่าพลังงานต่ำและเป็นคลื่นสั้นๆ ดังนั้น รัศมีการแผ่รังสีที่มีประสิทธิผลของแร่ไอโอดีน-125 มีเพียง 1 เซนติเมตรเท่านั้น






 หลักการใช้งานของการรักษาด้วยแร่ไอโอดีน 

1.ก่อนที่จะทำการรักษาแพทย์ต้องตรวจร่างกายของผู้ป่วยโดยการใช้เครื่องอัลตราซาวน์ หรือเครื่องซีทีสแกน (CT-Scan) เพื่อค้นหาตำแหน่งเนื้องอก
 
2. ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์วัดขนาดของเนื้องอกและคำนวณว่าจะต้องใช้แร่ไอโอดีนจำนวนเท่าใด โดยขนาดของแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี 125 จำนวน 3 เม็ด
ยาวเท่ากับเม็ดข้าวสาร 1 เม็ด แล้วนำแร่ไอโอดีนขนาดเล็กฝังเข้าไปในเนื้อเยื่อของเนื้องอกอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องวางยาสลบแต่จะฉีดยาชาเฉพาะที่ ซึ่งใช้เวลารักษาประมาณ 30-45 นาที

.3         เมื่อฝังแร่ไอโอดีนเข้าไป แร่ไอโอดีนจะปล่อยรังสีแกรมม่าออกมาอย่างต่อเนื่อง เป็นวิธีที่ทำให้ส่วนของเนื้องอกถูกทำลาย แร่ไอโอดีนสามารถปล่อยรังสีแกรมม่าออกมาฆ่าเซลล์มะเร็งเรื่อยๆแต่ขอบเขตการแผ่รังสีแต่ละเม็ดมีแค่เพียง 1 เซนติเมตร ซึ่งลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อเนื้อเยื่อปกติพร้อมทั้งหลีกเลี่ยงบาดแผลจากการผ่าตัด ไม่มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง

4.เมื่อฝังแร่ไอโอดีนเสร็จแล้วผู้ป่วยควรนอนพักที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการประมาณ 1-2 วัน ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนใดก็กลับไปรักษาที่บ้านโดยการกระจายรังสีแกรมม่าของแร่ไอโอดีนมีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือนจะมีรังสีแกรมม่าแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่องภายในเนื้องอกทำให้เซลล์มะเร็งส่วนใหญ่ตายไป











ตัวอย่างผู้ที่เคยรักษามะเร็งตับอ่อน ด้วยนวัตกรรมการฝังแร่ไอโอดีน125





    คุณอรวรรณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 รับการผ่าตัดจากโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เมื่อเดือน มีนาคม 2554หลังจากลงมือผ่าตัดเปิดหน้าท้องพบว่าก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ประกอบกับเส้นเลือดบริเวณโดยรอบไม่เอื้อต่อการผ่าตัดก้อนเนื้อแพทย์จึงตัดสินใจยุติการผ่าตัดในครั้งนั้น ต่อมาคุณอรวรรณได้ทราบข่าวโรงพยาบาลฟูด้าจากเพื่อนที่เคยรักษามาก่อนว่าที่นี่มีเทคโนโลยีใหม่ในการรักษาที่สามารถควบคุมเนื้อร้ายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งก็คือการรักษาด้วยการฝังแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี125 จึงตัดสินใจเดินทางมากับสามีเข้ารับการรักษาที่นี่โดยไม่ลังเล ปัจจุบันแม้ว่าจะยังมีอาการปวดท้องบ้างเป็นบางคราวแต่เธอก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ




 ข้อดี 
1.ขอบเขตการแผ่รังสีที่มีประสิทธิผลมีเพียง 1 เซนติเมตร ดังนั้นนอกเหนือจากภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะในระหว่างการฝังแร่แล้ว ความเสียหายของอวัยวะที่ได้รับกัมมันตรังสีและผลข้างเคียงก็มีเพียงเล็กน้อยจึงสามารถปรับปริมาณรังสีให้เหมาะสมกับการรักษาได้
2.ช่วยยืดอายุผู้ป่วยรวมไปถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น อาการเจ็บปวดบรรเทาลงจากเดิม ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้ดีขึ้นกว่าปกติ เป็นต้น
3.ทำให้เนื้องอกตายไปอย่างสิ้นเชิงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายส่วนอื่น




 ข้อเสีย 

         เนื่องจากกลัวว่าเนื้อเยื่อและอวัยวะปกติจะได้รับความเสียหายและเกิดผลข้างเคียงหลังจากได้รับรังสี จึงไม่สามารถเพิ่มปริมาณรังสีที่ฉายไปยังเนื้อมะเร็งได้ ส่งผลให้มะเร็งบางส่วนไม่สามารถควบคุมได้หรือกลับมาเกิดซ้ำอย่างรวดเร็ว 





 อ้างอิง 


ข่าวสด. 2556. "อุดเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเนื้องอก" นวัตกรรมใหม่รักษาโรคมะเร็งตับ. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม, 2559, จาก เว็บสารสนเทศสุขภาพไทย: http://www.hiso.or.th/hiso5/healthy/news.php?names=02& news_id=3070

ทีมวาไรตี้. 2556. “ฝังแร่ไอโอดีน” รักษามะเร็งตับอ่อน นวัตกรรมใหม่จากจีน ไม่ต้องผ่าตัด. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม, 2559, จากเดลินิวส์: http://m.dailynews.co.th/Article.do?contentId=36510

พันธสัญญา โชติธนพุทธิพงษ์. ม.ป.ป. นวัตกรรมการรักษาโรคมะเร็งแบบไม่ต้องผ่าตัดจากประเทศจีน. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม, 2559, จากโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว: http://www.moderncancerthai.com/about-news/modern-hospital-dynamics/1817.html

โรงพยาบาลรักษาโรคมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติฟูด้ากว่างโจว. 2556. คู่มือการป้องกันการรักษาด้วยแร่กัมมันตรังสีไอโอดีน 125. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม, 2559, จาก โรงพยาบาลรักษาโรคมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติฟูด้ากว่างโจว: http://www.fudacancerthailand.com/index.php/news/133-introduced/367-i-125

สุริยัน ปัญญาไว. 2556. ใช้ความเย็น-ฝังแร่ไอโอดีน รักษามะเร็ง. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม, 2559, จาก การเมืองกรุงเทพธุรกิจ: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/524969




 นางสาว ณัฐภัทรา ปัตถานัง 
 รหัสนักศึกษา 5701210545 Sec.A