วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

''TailGait" วิเคราะห์การเดิน


''TailGait" วิเคราะห์การเดิน







 ความสำคัญ

การวิเคราะห์การเดิน เป็นการประเมินคุณภาพการเดินและการทรงตัวระหว่างการเดิน ที่มีความสำคัญมากต่อการตรวจวินิจฉัย การวางแผนการรักษาฟื้นฟู และติดตามผลของการรักษา ผู้ป่วยที่มีปัญหาการเดินทุกรายทุกกลุ่มโรค ตั้งแต่ผู้ป่วยเด็กสมองพิการ ผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเส้นเลือดสมอง ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่สมองและไขสันหลัง และผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมต่างๆ ทั้งนี้ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ ผศ.นพ.ภาริส วงศ์แพทย์ อาจารย์พิเศษโรงพยาบาลรามาธิบดีและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู จึงได้ร่วมกันวิจัย ออกแบบ และพัฒนาผลงานชิ้นนี้เพื่อตอบโจทย์การวิเคราะห์การเดิน




TailGait เป็นระบบวิเคราะห์การเดินแบบโมดูล่าร์ฯ ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ

1.  ตัวตรวจจับการเคลื่อนไหวของลำตัว ติดตั้งอยู่ที่สายคาดเอวด้านหลัง

2.  ตัวตรวจวัดความเร็วและความเร่งของร่างกายขณะเดิน


    3.  ตัวตรวจจับเวลาการก้าวเดิน ติดตั้งอยู่ที่บริเวณรองเท้าทั้งสองข้าง

     การนำไปใช้


ผู้ป่วยสามารถสวมใส่พร้อมใช้งานได้ภายใน 5 นาที  ข้อมูลต่างๆจะถูกเก็บไว้ภายในแผ่นบันทึกข้อมูลเพื่อทำการประมวลผล ผลงานชิ้นนี้ได้มีการนำไปใช้จริงในผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับบาดเจ็บที่สมองและไขสันหลัง ของโรงพยาบาล 2 แห่งคือ โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ ผลที่ออกมาคือ แพทย์สามารถวินิจฉัย รักษา และติดตามปัญหาการเดินของผู้ป่วย ที่มีการบาดเจ็บที่สมองและไขสันหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับและนำไปใช้กับสถานพยาบาลของรัฐได้เพิ่มขึ้น ช่วยรัฐในการประหยัดงบประมาณ และผู้ป่วยสามารถใช้บริการได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไกล

ข้อดี

  •  วัดผลได้อย่างแม่นยำ และเที่ยงตรง
  •  สามารถเก็บข้อมูลการเดินภาคสนามได้
  •  ประหยัดและใช้งานง่าย
  •  มีใช้ในสถานพยาบาลของรัฐในจังหวัดต่างๆ โดยที่ผู้สูงอายุไม่ต้องเดินทางไกล
  •  ช่วยแพทย์วินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับการเดินได้ง่ายขึ้น 

ข้อเสีย

  •  ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ในตัวเครื่อง





อ้างอิง

กานต์ดา บุญเถื่อน. (2556).  วิทยาศาสตร์ยกระดับชีวิต. ค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559, จาก http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/533159

ปราการเกียรติ ยังคง. (2559). ระบบวิเคราะห์การเดิน. ค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559, จากhttp://www.dailynews.co.th/article/207147

สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร. (2558).  การฟื้นฟูสุขภาพ. ค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559, จาก https://kmanamai.wordpress.com

ASTV ผู้จัดการออนไลน์. (2556). มจธ.พัฒนาระบบช่วยแพทย์วิเคราะห์การเดินของผู้ป่วยค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559, จาก http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000157267

จัดทำโดย
นางสาวนวพร  วงค์คม
5701211016

ผ่าตัดเสริมหน้าอกเพิ่มเสน่ห์ความเป็นหญิงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่


ผ่าตัดเสริมหน้าอกเพิ่มเสน่ห์ความเป็นหญิงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

               การผ่าตัดเสริมหน้าอกเดิมใช้วิธีการผ่าตัดแบบการดมยาสลบและอาจมีการฉีดยาชาเฉพาะที่เข้าไปด้วย ก่อนทำการผ่าตัดศัลยแพทย์จะทำการวัดขนาดของหน้าอกและรอบตัวของผู้ป่วยจากนั้นจึงเปิดแผลเพื่อใส่ซิลิโคน ปัญหาของการเสริมหน้าอก คือ เสริมออกมาแล้วสูงต่ำไม่เท่ากันโอกาสที่จะโดนเส้นเลือดและเส้นประสาทก็จะสูง ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย ทำให้ปัจจุบันมีการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการส่องกล้อง (Endoscopic Breast Augmentation) เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว




การศัลยกรรมด้วยวิธีส่องกล้องคืออะไร?

             เป็นการผ่าตัดสมัยใหม่ โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Endoscopic Sinus Surgery ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นสองส่วน คือ 

1. กล้องขนาดจิ๋วที่มีไฟติดอยู่ที่ส่วนปลายสุดของท่อ  
                 

                 2. จอมอนิเตอร์ที่สามารถมองเห็นภาพขยายจากกล้องได้


กลไกการทำงาน
            ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดผิวหนังบริเวณใต้รักแร้ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วสอดกล้อง Endoscopic เข้าไป โดยภาพจะถูกส่งผ่านกล้องมายังจอมอนิเตอร์ วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยมีแผลขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดใหญ่โดยการใช้มีดแบบเดิม




ข้อดีของการผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านกล้องมีอะไรบ้าง?
          1. แผลผ่าตัดขนาดเล็ก
        2. แผลจะมองไม่ค่อยเห็นชัดเจน หรือแทบสังเกตไม่เห็น
        3. ลดปัญหาการหดรั้งรอบถุงเต้านมเทียมหลังการเสริมหน้าอก
        4. ฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว
        5. ทำให้ขนาดหน้าอกใหญ่ขึ้นในระยะเวลาที่รวดเร็ว
        6. สร้างความมั่นใจในการแต่งตัวให้ดูสวย เซ็กซี่
       

ข้อเสียของการผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านกล้องมีอะไรบ้าง?
         1. ศัลยแพทย์จะต้องมีประสบการณ์และความชำนาญสูง
       2. ในผู้ป่วยบางรายจะรู้สึกเจ็บมากกว่าการผ่าตัดที่ตำแหน่งหัวนม หรือราวนม เนื่องจากมีการเปิดช่องว่างใน            ถุงเต้านมในระยะทางที่ยาวกว่า 
       3. มีโอกาสที่ถุงซิลิโคนจะเคลื่อนหรืออยู่สูงเกินไปหลังการผ่าตัดได้
       4. ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง






                                                                                
                                          
      
                         


เอกสารอ้างอิง
คุณหมอ ลี เซ ฮวาน. (2015). เสริมหน้าอกสืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559จากเว็บไซต์ http://thai.grandsurgery.com/grandsurgery_thai/breast/breast_enlargement_05.php
นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์ . (2552) . การเสริมหน้าอก  Breast Augmentation. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559จากเว็บไซต์ http://www.breastgossip.net
พญ.ดารินทร์ ม่วงไทย. (2016). ศัลยกรรมทรวงอก (ผ่าตัดเสริมหน้าอก) เสริมเสน่ห์ความเป็นหญิงสืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2559จากเว็บไซต์ http://women.haijai.com/1225/
โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต. (2559).การผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านกล้อง (Endoscopic Breast  Augmentation). สืบค้นเมื่อ วันที่ 23 มีนาคม 2559, จากเว็บไซต์ http://www.phukethospital.com/Thai/Hospital-Innovation/Endoscopic-Breast-Augmentation.php
Dr. connall Connall. (2016). Axillary Breast Augmentation . cosmetic surgery.  March 23, 2016, from http://www.drconnall.com/Breast/Augmentation/Axillary-Breast-Augmentation.aspx




 จัดทำโดย 
นางสาวซิวหยิน  แซ่คอ  
รหัสนักศึกษา 5701210880  Section A
นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์แมคคอร์มิคชั้นปีที่ 2 








                                                                                                                        











"นวัตกรรมช่วยเดิน ฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก"

   
            นวัตกรรมช่วยเดิน   
         ฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก


 โรคอัมพาตครึ่งซีก (Hemiplegic) คือภาวะที่สมองขาดเลือดอันมีสาเหตุมาจากหลอดเลือดในสมองตีบตัน แตก หรือลิ่มเลือดอุดตัน ส่งผลให้เนื้อสมองบางส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายหยุดสั่งงาน และเกิดอาการอัมพาตของร่างกายในซีกตรงกันข้าม กล่าวคือหากมีการตีบตันของหลอดเลือดในสมองซีกซ้ายก็จะมีอาการอัมพาตที่ซีกขวา

        ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกในประเทศไทยมีจำนวนมากขึ้น และโรคนี้อาศัยการทำกายภาพบำบัดในการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ในปัจจุบันการทำกายภาพบำบัดมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และจำนวนนักกายภาพบำบัดไม่เพียงพอ  ดังนั้นทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้คิดค้นและออกแบบนวัตกรรมช่วยฝึกเดินสำหรับผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกโดยตั้งชื่อว่า “I Walk” 


                               

นวัตกรรมนี้ประกอบด้วย

1.อุปกรณ์ช่วยจัดท่าทางการเดินของขา เป็นอุปกรณ์เสริมกำลังที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฝึกเดินแบบก้าวขึ้นบันไดหรือวิ่งได้โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้สึกเหนื่อยล้าพร้อมกับจัดท่าการเดินที่เหมาะสม
2.อุปกรณ์ยกตัวผู้ป่วย เป็นอุปกรณ์พยุงน้ำหนักผู้ป่วยเพื่อป้องกันการล้มหรือเข่าทรุดระหว่างการทำกายภาพบำบัด
                                                              


วิธีการใช้

       เริ่มจากการให้ผู้ป่วยขึ้นไปยืนบนแท่นฝึกเดินพร้อมสวมสายรัดพยุงน้ำหนักและจับราวหัดเดินให้กระชับ จากนั้นระบบจะฝึกผู้ป่วยให้ก้าวเดินอย่างช้าๆคล้ายกับการก้าวขึ้นบันไดในลักษณะวงรีซึ่งการฝึกเดินแบบก้าวขึ้นบันไดจะช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อขาได้ดีกว่าฝึกการเดินในแนวระนาบ แต่ผู้ป่วยควรฝึกเดินอย่างต่อเนื่องและทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย30นาทีต่อวัน เพื่อเป็นกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อขาให้ฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้เป็นการฟื้นฟูผู้ป่วยและช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้งได้เป็นปกติ

  
          
 นวัตกรรมนี้ได้นำไปทดลองใช้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในศูนย์บริการสาธารณสุขชุมชน จ.นครปฐมที่มีอาการเรื้อรังมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป จำนวน 15 คน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยสามารถก้าวเดินได้เร็วและนานขึ้นและสามารถก้าวขึ้นขั้นบันได้ แต่ยังใช้เครื่องช่วยพยุงอยู่

ข้อดี

1. ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยโรคอัมพาตครึ่งซีกเป็นการช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อขาของผู้ป่วยให้สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
2. ง่ายต่อการใช้งานดูแลรักษา และเคลื่อนย้ายได้สะดวก
3. ราคาถูกและเป็นการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีฟื้นฟูรักษาจากต่างประเทศ



                 
แหล่งอ้างอิง

เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์. (2559). ธรรมศาสตร์ เปิดตัว ‘I Walk’ นวัตกรรมฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพาต
                 ครึ่งซีก ลดต้นทุนนำเข้านวัตกรรมต่างชาติถึง 10 เท่า พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์. สืบค้น
                  เมื่อ 24 มีนาคม 2559. จาก ThaiPR.NET http://www.thaipr.net/health/687756

ไทยรัฐออนไลน์.(2556). I-walk…อุปกรณ์ฝึกเดิน..ช่วยผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก. สืบค้นเมื่อ 24 มีนาคม
                  2559. จากไทยรัฐออนไลน์:  http://www.thairath.co.th/content/325385

นภาพร พานิชชาติ.(2559). “I Walk” นวัตกรรมจาก มธ. ฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก.
                  สืบค้นเมื่อ 24 มีนาคม 2559. จาก เดลินิวส์ :  http://www.dailynews.co.th/article/387980

บ้านเมือง.(2559). ธรรมศาสตร์ เปิดตัว “I Walk” นวัตกรรมฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก. สืบค้นเมื่อ   
                  24 มีนาคม 2559. จากบ้านเมือง :   http://www.banmuang.co.th/news/education/43588

Hfocus . (2559). ธรรมศาสตร์ เปิดตัว 'I Walk' นวัตกรรมฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก.  สืบค้นเมื่อ 24   
                 มีนาคม 2559. จาก Hfocus:

MGR Online . (2559). เครื่อง “I Walk” ผลงาน มธ. ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก. สืบค้นเมื่อ 24
                 มีนาคม 2559. จาก MGR Online



                                                                                                                                                     จัดทำโดย 
นางสาววริศรา  ไชยบุตร    
5701211160  Sec.A  เลขที่ 50
   

APCOcap

                 
                        APCOcap

 ยาต้าน AIDS

What is AIDS?

                    เอดส์ (AIDS) “กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม” เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซท์ มีชื่อว่า CD4 (Th1+Th2+Th17) ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเสื่อมลง เป็นผลทำให้เป็นโรคติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติอาการมักจะรุนแรง เรื้อรัง และเสียชีวิตในที่สุดด้วย


                         APCOcap
        ปัจจุบันมียาต้านไวรัสเอดส์จำนวนมากที่ยับยั้งการแพร่พันธุ์ของเชื้อ ทำให้เชื้อไวรัสเอดส์ลดน้อยลง ยาต้านไวรัสเอดส์ส่วนใหญ่ใช้ได้ผลดีแต่ก็พบปัญหาของการใช้ยาบางประการ ได้แก่ ปัญหาจากผลข้างเคียงของยา การดื้อยาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวรวมถึงปัญหาคุณภาพชีวิตที่ต้องกินยาให้ถูกต้องสม่ำเสมอเป็นระยะเวลายาวนานตลอดชีวิต
          จากปัญหาดังกล่าวจึงทำให้ ศ.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา มีแนวคิดที่จะใช้สารธรรมชาติที่ได้จากการสกัดพืช 5 ชนิด ได้แก่ มังคุด ฝรั่ง ถั่วเหลือง ใบบัวบก และงาดำ มาทำการวิจัยร่วมกัน โดยเริ่มต้นจากศึกษาฤทธิ์ของมังคุดซึ่งพบว่า สารสกัดจากผลมังคุด ที่เรียกว่า GM-1 มีคุณสมบัติที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะราคาแพง ลดการอักเสบได้เป็น 3 เท่าของแอสไพริน และสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการเสริมสร้างการทำงานของเลือดขาวในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย แต่เม็ดเลือดขาวของคนเรามีจำนวนมากหากใช้เพียง GM-1 เข้าไปกระตุ้นอย่างเดียวจะต้องใช้ในปริมาณมาก อาจมีการสะสมในร่างกายเกิดขึ้นซึ่งจะสงผลให้เกิดการแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเองได้ จากนั้นจึงได้วิจัยและพัฒนาสูตรโดยเพิ่มสารสกัดจากธัญพืชและผลไม้อีก 4 ชนิด คือ ถั่วเหลือง งาดำ ฝรั่ง และใบบัวบก ซึ่งพืชเหล่านี้มีสารที่่มีผลต่อการปรับระดับภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพื่อช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และได้พิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานโดยความร่วมมือของบริษัท APCO และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าสามารถกระตุ้นการทำงานของกลุ่มเม็ดเลือดขาวชนิด Th1 Th2 และ Th17 ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยช่วยสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด Th1 ที่ทำหน้าที่สร้างภูมิต้านทานในการกำจัดโรค อาทิ เซลล์มะเร็ง เชื้อรา แบคทีเรีย รวมถึงไวรัส Th2 กระตุ้นให้มีการสร้าง Eosinophil ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดการกับสารก่อภูมิแพ้ และเม็ดเลือดขาวชนิดTh17 ภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคหรือแม้แต่การก่อเกิดเซลล์มะเร็ง โดยปราศจากผลข้างเคียง อีกทั้งยังได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครสุขภาพปกติได้ใน 15 วัน โดยกระตุ้น Th1 และ Th2 เพิ่ม 2 เท่า และกระตุ้น Th17 เพิ่ม 5 เท่า ระบบภูมิต้านทานจึงเพิ่มขึ้นส่งผลให้ประสิทธิภาพในการจัดการเชื้อ HIV ก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย ดังนั้นจึงนำมาสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ APCOcap อาหารเสริมสำหรับผู้ที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง AIDS จากการติดเชื้อ HIV ซึ่งได้รับการรับรองโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA



















คุณสมบัติของ APCOcap


1.  เพิ่ม CD4
2.  ลดเชื้อไวรัสด้วยการเพิ่ม th7 ที่ทำหน้าที่เป็นวัคซีนควบคุมการแพร่เชื้อ HIV
3.  ไม่มีผลต่อเซลล์เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และการทำงานของตับ ไต
4.  ใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสเอดส์ได้ และช่วยลดอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยา
5.  ลดอาการโรคแทรกซ้อนจากเชื้อฉวยโอกาสที่จะเข้าสู่ร่างกาย
6.  น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
7.  ผิวพรรณดีขึ้น



ข้อเสีย


ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง















                                       แหล่งอ้างอิง 

   
 LnwShop (2016). อาหารเสริมเพิ่ม cd4. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2559.
จาก http://www.th17bim.net/product/9/apco-cap 

 DBD Registere (2016). เม็ดเลือดขาวกับการปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุล. สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2559. จาก http://www.bim100shopping.com/blog/T_helper_cell/


นิชาภา พุ่มไสว. (2558). นักวิทย์ไทยเจ๋ง คิดค้นนวัตกรรมใหม่ช่วยผู้ป่วย HIV เป็นรายแรกของโลก. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2559. จาก http://health.kapook.com/view135059.html

นายคุณธน วนิชชานันท์ (2010). APCOcap อาหารเสริมต้านเอดส์ AIDS จากการติดเชื้อ HIV
 เพิ่ม CD4 5 เท่าใน 15 วัน. สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559. จาก file:///C:/Users/K401L/Desktop/APCO%




                                                                         จัดทำโดย 


                                                              นางสาวศศิวิมล ทิพย์อินทร์