วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

Cryonics แช่ร่าง เทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อรักษาโรคร้าย

Cryonics แช่ร่าง เทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อรักษาโรคร้าย
          ไครโอนิกส์ (Cryonics) คือ กระบวนการ หรือ วิธีการในการแช่แข็งร่างของสิ่งมีชีวิตที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นการคงสภาพเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกายได้เป็นระยะเวลานาน คำว่า ‘ไครโอ’ มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก ว่า kryos หมายถึง เย็นจัด หรือ หนาวมาก ส่วนคำว่า ไครโอนิกส์ (Cryonics) เป็นคำในภาษาอังกฤษ ที่เริ่มใช้กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) คือการทำความเย็นที่สามารถลดอุณหภูมิได้ถึง -150°C (-238°F)  

อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการในการแช่แข็ง
1. ชุดเครื่องมือที่ทำหน้าที่กำจัดเลือดออกจากร่างกาย
2. Dewar tank ที่บรรจุด้วยไนโตรเจนเหลว ถังไนโตรเจนประกอบไปด้วย “สารต้านการเยือกแข็งสำหรับมนุษย์” ซึ่งก็คือสารเคมีผสมไกลคอล เช่น เอทิลีนไกลคอล หรือโพรไพลีนไกลคอล หรือไดเมทิลซัลฟอกไซด์ เพื่อให้อวัยวะสามารถทนต่ออุณหภูมิต่ำได้โดยไม่เกิดผลึกน้ำแข็งซึ่งจะทำลายเซลล์เมื่อเซลล์คืนสภาพ ซึ่งเรียกกระบวนการต้านการเยือกแข็งนี้ว่า vitrification ซึ่งเป็นคงไว้ในสภาพไร้การเคลื่อนไหว ไม่ได้เป็นการแช่แข็งศพ    


                    วิธีการหรือกระบวนการในการแช่แข็ง คือ เริ่มต้นจากการใส่ชุดเครื่องมือที่มีหน้าที่กำจัดเลือดออกจากร่างกายในร่างที่พึ่งเสียชีวิต เลือดที่ออกจะถูกแทนที่ด้วยของเหลวที่ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเย็นลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การเสื่อมของเซลล์เกิดขึ้นน้อยที่สุดในระหว่างการขนส่งร่างไปยังสถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บร่าง และขั้นสุดท้ายนำไปแช่ในกระบวนการแช่แข็ง (cryopreservation) คือการนำร่างไปแช่ในถังที่บรรจุไนโตรเจนเหลวโดยการคว่ำศีรษะลง ไนโตรเจนเหลวนี้จะแช่แข็งร่างกายไว้ที่อุณหภูมิประมาณ -196 °และคอยเติมไนโตรเจนเหลวเป็นบางครั้ง สำหรับสถานที่เก็บรักษาร่างกายมนุษย์แบบไครโอนิกส์นี้มี 2 แห่งเท่านั้นคือ ประเทศสหรัฐฯ และรัสเซีย
ในประเทศไทย พ่อและแม่ของน้องไอนส์ ด.ญ.เมทรินทร์ เนาวรัตน์พงษ์ วัย 2 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในสมอง ได้ตัดสินใจนำร่างลูกสาวไปแช่แข็งที่ห้องเย็นของมูลนิธิเพื่อชีวิต อัลคอร์ ไลฟ์ เอ็กซ์เทนชั่น (Alcor Life Extension Foundation) ในรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีความหวังว่าจะสามารถชุบชีวิตลูกสาวและหายป่วยจากโรคมะเร็งในสมอง แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งลูกด้วยกระบวนการไครออนิกส์ จะสูงถึง 220,000 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมูลนิธิเพื่อชีวิต อัลคอร์ ไลฟ์ เอ็กซ์เทนชั่น มีร่างคนไข้ที่ถูกแช่แข็งในถังที่บรรจุด้วยไนโตรเจนเหลวอยู่ 134 คน


ข้อเสียของกระบวนการแช่แข็ง
Ø มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง
Ø ปัญหาเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม
Ø เป็นวิวัฒนาการที่ยังไม่แพร่หลาย
Ø ยังไม่สามารถนำไปรักษาต่อได้จริงในขณะนี้
ข้อดีของกระบวนการแช่แข็ง
Ø เป็นเทคโลยีในอนาคตเพื่อรักษาโรคร้ายให้หายได้
Ø เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การรักษาทางการแพทย์ในอนาคต
Ø หากวิธีการนี้สามารถนำไปสู่การรักษาได้จริง จะช่วยลดอัตราการตายของประชากรได้
Ø กระบวนการนี้สามารถคงสภาพเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Ø ทำให้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้า คือสามารถนำกระบวนการไครโอนิกส์ (Cryonics) มาใช้ในการรักษาโรคและคงสภาพเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกายได้อย่างสมบูรณ์

   ที่มา :

นิรนาม. (2558). ความเย็นเหนือเย็น ไครโอเจนิกส์เบื้องต้น (Fundamental of Cryogenics). สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม, 2559, จาก ชื่อเว็บไซต์: http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?bookID=1043&read=true&count=true

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ. (ม.ป.ป.). Cryonics. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม, 2559, จาก ชื่อเว็บไซต์: http://www.nsm.or.th/index.php?option=com_k2&view=item&id=4448:cryonics&Itemid=1221

Chaokhun. (2558). 'แช่แข็งศพ' โรคร้ายต้องรักษาได้ 'ไครออนิกส์' เทคโนโลยีชุบชีวิตแห่งอนาคต!?. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม, 2559, จาก ชื่อเว็บไซต์: http://board.palungjit.org/f12/แช่แข็งศพ-โรคร้ายต้องรักษาได้-ไครออนิกส์-เทคโนโลยีชุบชีวิตแห่งอนาคต-548678.html

Manila Arun. (ม.ป.ป.). ไครโอนิคส์: คนตายที่ถูกแช่แข็งเพื่อรอวันถูกทำให้ฟื้นขึ้นมาใหม่. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม, 2559, จาก ชื่อเว็บไซต์: http://www.artkerala.com/article/ไครโอนิคส์-คนตายที่ถูกแช่แข็งเพื่อรอวันถูกทำให้ฟื้นขึ้นมาใหม่

tcdc. (2557). Cryonics: วิวัฒนาการแห่งทศวรรษหน้า. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม, 2559, จาก ชื่อเว็บไซต์: http://www.tcdc.or.th/articles/technology-innovation/21652/#Cryonics-วิวัฒนาการแห่งทศวรรษหน้า



                                                        นาย ธีรวัฒน์ ธุวะคำ 
                                                  5701210279 sec.A เลขที่ 9

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

Glo to Sleep DELUXE นวัตกรรมใหม่ นอนหลับได้ โดยไม่ใช้ยา

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) 

โรคนอนไม่หลับ เป็นอาการนอนไม่หลับหรือหลับลำบาก มักพบในบุคคลที่สูงวัยและสตรี การนอนไม่หลับจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการหลั่ง Growth Hormone การซ่อมแซมและการทำงานของร่างกาย นอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกอ่อนเพลียในระหว่างวัน และยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน จากรายงานการศึกษาวิจัยในผู้ที่นอนไม่หลับ พบว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะมีอัตราการเกิดโรคซึมเศร้ามากกว่าคนปกติถึง 4 เท่า อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดความเครียด ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคหัวใจตามมา รวมไปจนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นขณะทำงานหรือขับรถ
โดยทั่วไปการรักษาอาการนอนไม่หลับ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ การใช้ยา และไม่ใช้ยา เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ทางบริษัท Sound Oasis ประเทศ USA ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องการนอนหลับระดับโลก ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยให้สามารถนอนหลับได้สบายโดยไม่ต้องพึ่งยา นั่นก็คือ Glo to Sleep DELUXE





Glo to Sleep DELUXE คืออะไร?


                    

                            

                       Glo to Sleep DELUXE เป็นการผสมผสานภูมิปัญญาโบราณกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น โดย Glo to Sleep DELUXE จะช่วยให้เคลียร์ความคิดได้อย่างรวดเร็วและนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการหลับตลอดทั้งคืน หรืองีบหลับในระยะเวลาสั้นๆ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพช่วยให้หลับได้ตามที่ต้องการ ช่วยให้หลับได้เร็วขึ้น ลึกขึ้น ยาวนานขึ้น และเมื่อลืมตาตื่นจะรู้สึกผ่อนคลาย เครื่อง Glo to Sleep DELUXE สามารถพกพาและใช้ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะบนเครื่องบิน รถไฟ หรือห้องพักในโรงแรม






Glo to Sleep DELUXE ประกอบด้วยอะไรบ้าง?


          Glo to Sleep DELUXE ผลิตขึ้นมาจากพลาสติกที่มีน้ำหนักเบาและไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง สายรัดที่ยืดหยุ่น ภายนอกของหน้ากากมีจุดปรับแสงเพื่อเลือกระดับที่ต้องการ ส่วนภายในของ Glo to Sleep DELUXE มีแสงสีฟ้าที่ช่วยให้สายตาโฟกัสไปยังสิ่งๆ หนึ่งขณะที่กำลังกำหนดลมหายใจ ทำให้สมองผ่อนคลายจนนอนหลับไป




 
  
การใช้งาน Glo to Sleep DELUXE 

1. ใส่แบตเตอรี่




 
2. ปรับความสว่างของแสงไฟสีฟ้าให้เหมาะสม ด้วยโปรแกรมหรี่แสงแบบอัตโนมัติ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ระดับ คือ

หรี่แสงลงอัตโนมัติใน 10 นาที (แนะนำให้ใช้ความเข้มระดับนี้)
หรี่แสงลงอัตโนมัติใน 20 นาที
หรี่แสงลงอัตโนมัติใน 30 นาที




3. นอนในท่าที่คิดว่าสบายที่สุดและจัดให้หน้ากากอยู่ในตำแหน่งที่กระชับและสามารถมองเห็นไฟทั้ง 4 จุดได้โดยไม่มีแสงมารบกวน 




4. ชำเลืองตาขึ้นมองแสงที่จุดสูงสุด โดยให้มองแสงนั้นอย่างสบายๆ ควรลืมตามองจุดตลอดเวลา





5. กำหนดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนและสมองปลอดโปร่ง อาจหายใจเข้าแล้วนับไว้ 4 วินาทีแล้วจึงหายใจออก 4 วินาที




การทำความสะอาด Glo to Sleep DELUXE

ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ เช็ดบริเวณที่สัมผัสกับใบหน้าและใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกรอบ

ประโยชน์ของ Glo to Sleep DELUXE

1. ช่วยให้การนอนหลับพักผ่อนดีขึ้น
2. ช่วยในการฝึกสมาธิกำหนดลมหายใจ
3. ทำให้สมองผ่อนคลายก่อนนอนหลับ โดยเปลี่ยนจากคลื่น Beta ซึ่งเป็นคลื่นสมองที่มีความถี่สูง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสมองรับข้อมูลจากภายนอกเป็นจำนวนมากจนถึงก่อให้เกิดความสับสน วุ่นวาย เปลี่ยนไปเป็นคลื่นสมอง Alpha ที่มีจังหวะช้า มีลักษณะคล้ายรูปลูกคลื่น คลื่น Alpha นี้จะช่วยทำให้ความสับสนวุ่นวายในสมองลดลง จิตใจจึงสงบและเยือกเย็นและผ่อนคลาย


ข้อเสียของ Glo to Sleep DELUXE

1. ค่าใช้จ่ายสูง

2. อาจเกิดการอ่อนล้าของดวงตาจากการมองแสงนานๆ




แหล่งอ้างอิง
Maikron Co., Ltd. (2559). Glo to Sleep DELUXE. Retrieved 24 มีนาคม 2559.
Web site: http://www.maikron.co.th/glo-to-sleep/
Maikron Co., Ltd. (2559). Glo to Sleep DELUXE. Retrieved 24 มีนาคม 2559.
Web sitehttp://www.maikron.co.th/sleep-aid-products/


จัดทำโดย นายรัฐนันท์ รติบดี รหัสนักศึกษา 5701210828 Sec.A


วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

มหัศจรรย์ธัญพืชลดปวด


ที่มา

       ผลิตภัณฑ์แผ่นประคบร้อนที่ใช้ในทางกายภาพบำบัดในปัจจุบันนั้น เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีส่วนผสมของสารประกอบประเภทซิลิกอนไดออกไซด์บรรจุอยู่ภายใน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดูดเก็บและรักษาความร้อน แต่มักประสบปัญหาเรื่องการระคายเคืองเมื่อสัมผัสกับเนื้อสารเคมี ต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพงตลอดจนต้องใช้ร่วมกับถังต้มซึ่งเป็นครุภัณฑ์ที่มีราคาแพง และต้องใช้กระแสไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลา
      ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ ผศ.ดร.อาทิตย์ พวงมะลิ อาจารย์นักวิจัย คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการศึกษาวิจัยทดลองนำส่วนผสมของเมล็ดธัญพืชและสมุนไพรในท้องถิ่นในภาคเหนือ 13 ชนิด มาผ่านการอบด้วยเตาอบไมโครเวฟ ซึ่งพบว่าเมล็ดธัญพืชและสมุนไพรดังกล่าวที่คุณสมบัติในการเก็บรักษาและคายความร้อนได้ดี โดยครอบคลุมช่วงอุณหภูมิที่ใช้ในการบำบัดรักษา ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดที่จะนำเมล็ดธัญพืชและสมุนไพรดังกล่าวมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ประคบร้อนเมล็ดธัญพืชและสมุนไพร ช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบประสาทโครงร่าง กล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่นและบรรเทาอาการปวด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ โดยอาศัยหลักการถ่ายเทความร้อนจากอุปกรณ์แผ่นประคบร้อน เข้าสู่ผิวหนังและเนื้อเยื่อขณะทำการวางประคบ ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแก่ผู้ป่วย เพื่อความสะดวกต่อการนำไปใช้ที่บ้านหรือที่ทำงาน และช่วยลดค่าใช้จ่ายการนำเข้าสารประกอบแผ่นประคบร้อนจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อีกด้วย เมื่อนำผลิตภัณฑ์ประคบร้อนเมล็ดธัญพืชและสมุนไพร ไปทดลองใช้กับผู้ป่วยก็ได้ผลตอบรับกลับมาเป็นอย่างดี และเมื่อเทียบราคากับผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศก็พบว่ามีราคาถูกกว่าถึง 3 เท่า และสามารถใช้ได้นานเป็นปี นอกจากคุณสมบัติที่ช่วยบรรเทาแล้ว ยังจะได้กลิ่นของสมุนไพรที่ลอยออกมา ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายจากกลิ่นสมุนไพร

นวัตกรรมแผ่นประคบร้อน ประกอบด้วย สมุนไพรและธัญพืช 13 ชนิด ได้แก่ ข้าวเหนียว เมล็ดข้าวโพด ส้มป่อย ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ไพล ผิวมะกรูด ตะไคร้บ้าน ใบมะขาม ขิง ข่า ใบขี้เหล็ก แคนา (แคขาว) 
นำมาใส่ในซองผ้า 2 ขนาด สำหรับใช้ในการประคบบริเวณหลัง  (30x23 เซนติเมตร) และประคบบริเวณไหล่  (50x12เซนติเมตร) เมื่อจะใช้งานก็เพียงแค่นำเข้าไปในตู้ไมโครเวฟประมาณ 3 นาทีก็สามารถนำออกมาใช้ได้เลย เพราะความร้อนที่ได้มาจะคงที่และมีความร้อนอยู่ได้นานประมาณ 20 กว่านาที




ประโยชน์

      ใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบประสาท โครงร่างและกล้ามเนื้อ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น ลดปวด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ โดยอาศัยหลักการถ่ายเทความร้อนจากอุปกรณ์แผ่นประคบร้อนเข้าสู่ผิวหนังและเนื้อเยื่อ โดยธัญพืชและสมุนไพรเหล่านี้มีสรรพคุณที่คล้ายกัน ช่วยในการบรรเทาอาการปวดเมื่อย ฟกช้ำ บวม แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน ช่วยให้เส้นเอ็นหย่อนและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ อีกทั้งกลิ่นของสมุนไพรยังสามารถผ่อนคลายความเครียดได้ดีอีกด้วย



ข้อดี

วัสดุที่นำมาใช้ราคาไม่แพง หาได้ตามท้องถิ่น
สามารถนำมาใช้ที่บ้านหรือที่ทำงานได้สะดวก
ช่วยลดค่าใช้จ่าย

ข้อเสีย

สมุนไพรหรือธัญพืชบางตัวหาได้ยาก เช่น ไพล ขมิ้นอ้อย แคนา(แคขาว) เป็นต้น

แหล่งอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร.(2557). อาจารย์ มช. เจ๋ง คิดแผ่นประคบร้อนจากเมล็ดธัญพืช รายแรกของโลก (ออนไลน์).ค้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559
งานประชาสัมพันธ์ กองกาง สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.(2555). ผลงานวิจัย/นวัตกรรม แผ่นประคบร้อนเมล็ดธัญพืชและสมุนไพรผลงานอาจารย์เทคนิคการแพทย์ มช.(ออนไลน์).ค้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559
บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด.(2555). มช.เจ๋งผลิตแผ่นประคบร้อนเมล็ดธัญพืชและสมุนไพรแห่งแรกของโลก(ออนไลน์).ค้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559.
 แหล่งที่มา:http://m.dailynews.co.th/News.do?contentId=19109
ราตรี วิศิษฏ์สุรวงศ์.(2555)แผ่นประคบร้อนเมล็ดธัญพืชและสมุนไพรแห่งแรกของโลก (ออนไลน์).ค้นเมื่อวันที่ 20มีนาคม 2559
แหล่งที่มา: http://carebest2555.blogspot.com/2012/07/blog-post_408.html



       
จัดทำโดย นางสาวณัฐสุดา สุขสมจิตร 
5701211207เลขที่54 Sec A

            



โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอ็นโดสโคป



โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอ็นโดสโคป

          โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทมักพบในคนอายุ 20-40 ปี โดยมักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 2 เท่า มักเกิดกับคนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือมีแรงกระเทือนที่บริเวณหลัง หรือคนที่แบกของหนัก หรือนั่งทำงานในอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง หรือในผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมเกิดขึ้นในร่างกายตามวัยที่สูงขึ้น จึงส่งผลให้มีการเคลื่อนตัวของหมอนรองกระดูก เกิดเป็น โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ซึ่งสาเหตุเกิดดจากหลายสาเหตุ เช่น  การก้ม แหงนหรือสะบัดคอบ่อยๆ เป็นนิสัย  ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมมาก หรือผิดปกติแต่กำเนิด กระดูกสันหลังส่วน pars interarticularis หัก อุบัติเหตุและการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลัง เป็นต้น


โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมักพบที่บริเวณที่คอ หลัง และขา จะมีอาการดังนี้
          ที่คอ: ปวดคอ  บ่า  หรือไหล่เรื้อรัง  ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปจนถึงบริเวณท้ายทอย
          ที่หลัง: ปวดหลังบริเวณเอวส่วนล่าง  อาจมีอาการที่หลังเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง  มักมีอาการในท่านั่ง หรือมีการนั่งงอตัวไปทางด้านหน้าซึ่งเป็นท่าที่หมอนรองกระดูกได้รับแรงกดทับมากที่สุด 
          ที่ขา: อาการแสดงที่ขามีได้ 3 แบบ คือ อาการปวด  ชา  หรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ
         

           
           การรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นในอดีต  ส่วนใหญ่จะรักษาด้วยการรับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้น  ส่วนการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นในปัจจุบัน จะใช้วิธีการผ่าตัด เช่น การผ่าตัดโดยผ่านกล้องเอ็นโดสโคป

           ขั้นตอนการผ่าตัดโดยผ่านกล้องเอ็นโดสโคป มีดังต่อไปนี้   ภายหลังการดมยาสลบ แพทย์จะสอดกล้องเอ็นโดสโคปผ่านทางแผลผ่าตัดขนาด 7.9 มิลลิเมตรเข้าไปยังเส้นประสาทส่วนที่ถูกกดทับอยู่โดยตรงโดยไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อส่วนที่ดีออก กล้องเอ็นโดสโคปจะช่วยให้แพทย์มองเห็นเส้นประสาทอย่างชัดเจน สามารถเลือกตัดเฉพาะส่วนที่มีการกดทับเส้นประสาทออกได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดทับจากหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือการบีบรัดจากกระดูกข้อต่อและเส้นเอ็นก็ตาม ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที จากนั้นผู้ป่วยสามารถเดินได้ทันทีหลังการผ่าตัด


ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดโดยผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
          โดยทั่วไปการผ่าตัดจะทำเมื่อมีข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้ คือ รักษาด้วยวิธีประคับประคองไม่เป็นผลสำเร็จ หรือมีอาการปวดเรื้อรัง หรือมีอาการอ่อนแรงของขาอย่างชัดเจน หรือไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระได้

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดกระดูกสันหลัง      
         1.อาบน้ำสระผมให้สะอาด ตัดเล็บมือเล็บเท้าให้สั้น ไม่ทาเล็บ  ไม่แต่งหน้า  ผู้ชายโกนหนวด  เครา  ผิวหนังบริเวณผ่าตัด  พยาบาลจะโกนออกให้
         2.รักษาความสะอาดของช่องปาก  งดสูบบุหรี่  และเคี้ยวหมาก
         3.ไม่ใส่เครื่องประดับทุกชนิด และอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น  ตาปลอม  ฟันปลอมที่ถอดได้  คอนแทคเลนส์
         4.พักกผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่นอนดึก
         5.อุจจาระในคืนก่อนทำการผ่าตัด  หรือเช้าวันที่ทำการผ่าตัด
         6.ปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนไปห้องผ่าตัด
         7.เซ็นใบอนุญาติยินยอมรับการรักษาโดยการผ่าตัด
         8.บอกให้ญาติทราบว่า  ท่านจะรับการรักษาโดยการผ่าตัด                

การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง
         1.ไม่แตะต้องแผลผ่าตัด ระวัง!ไม่ให้แผลเปื้อนสกปรก หรือถูกน้ำ
         2.ให้ตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่ง
         3.พยายามหายใจลึกๆ และไอแรงๆ เพื่อให้ปอดขยายตัวเต็มที่ เสมหะไม่คั่งค้างในปอด
         4.ถ้าปวดแผล  ให้กินยาแก้ปวดตามแพทย์สั่งและใช้ยาทุก 4 – 6 ชั่วโมง
         5.ในรายที่ไม่มีข้อห้ามจากแพทย์ให้พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมง     

ผลดีที่ได้รับจากการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
          อาการปวดแผลผ่าตัดน้อย
          ความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ
          ลดการทำลายเนื้อเยื่อส่วนดีที่อยู่รอบบริเวณผ่าตัด
          ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัดเร็ว สามารถกลับบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง
          ค่าใช้จ่ายน้อยลง

ผลเสียที่ได้รับจากการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
          หลังผ่านตัดอาการปวดอาจไม่ดีขึ้น
          หลังผ่าตัดกระดูกอาจไม่เชื่อมติดกัน ต้องผ่าตัดใหม่
          อาจได้รับการติดเชื้อจากการผ่าตัด
          เส้นประสาทอาจเกิดการบาดเจ็บ ขณะได้รับการผ่าตัด
          เกิดผลข้างเคียงจากการดมยาสลบ

อ้างอิง
มปก.  โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :  
                    http://www.lib.nu.ac.th/nulibnet/index.php?topic=178.0.  (วันที่ค้นข้อมูล : 22 มีนาคม 2559).
มปก.  สาเหตุของโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :  
                    http://www.a-roka.com/uncategorized/โรคหมอนรองกระดูกทั/.  (วันที่ค้นข้อมูล : 22
มปก. การรักษาผ่าตัดกระดูกสันหลังด้วยการผ่านกล้องเอ็นโดสโคป. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :  
                    https://www.bumrungrad.com/th/spine-institute-surgery -bangkok-thailand-best-jci/endoscopic-discectomy-for-disc-herniation.  (วันที่ค้นข้อมูล : 29 มีนาคม 2559).
ววิฒน์   วจนะวศิษฐ์.  การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :  
                    http://med.mahidol.ac.th/ortho/sites/default/files/public/file/pdf/Feature.pdf.  (วันที่ค้นข้อมูล : 22 มีนาคม 2559).
วิชาญ ยิ่งศักดิ์มงคล.  โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :  
                    http://ortho2.md.chula.ac.th/index.php/2014-06-09-04-08-A5.html..  (วันที่ค้นข้อมูล : 22 มีนาคม 2559).
หญิง นพรัตน์ หนูบ้านยา.  โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :                
                    http://www.rtncn.ac.th/pdf/magazine/magazine1.pdf.  (วันที่ค้นข้อมูล : 22 มีนาคม 2559).



                                                                                                                จัดทำโดย
นางสาว พิมพ์พิไล  ธรรมไชยางกูร
                                                                                                              รหัส 5701211191 Sec.A